รีวิว แนะนำ แหล่งท่องเที่ยวเชียงราย และกิจกรรมต่างๆ สถานที่สำคัญของเชียงราย ประวัติศาสตร์ล้านนา ประวัติศาสตร์ของแต่ละจังหวัด แล้วท่านจะรู้ที่มาที่ไปของแต่ละชื่อแต่ละเมือง เช่น แม่สาย เชียงแสน ดอยตุง ดอยช้าง ภูชี้ฟ้า สามเหลี่ยมทองคำ กษัตริย์ล้านนา

Custom Search

งานสงกรานต์ พ.ศ.2555

งานสงกรานต์ พ.ศ.2555


ช่วงนี้ เชียงราย หมอกควันเยอะมาก เกินค่ามาตรฐานด้วยซ้ำ ขอแนะนำให้เตรียมหน้ากากไว้ปิดจมูกด้วยก็ดีนะครับ

งานสงกรานต์ พ.ศ.2555 เป็นอีกประเพณีหนึ่งที่สนุกสนาน ทำให้เราชาวไทยลืมความทุกข์ไป อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง

ในปีนี้ที่เชียงราย ก็จะจัดให้มีการแห่งขบวนนางสงกรานต์ สรงน้ำเพราะ และการรดน้ำขอพรหรือดำหัว ผู้สูงอายุในจังหวัดเชียงราย

ส่วนการละเล่นก็มีมากมาย แต่อย่างน้อยก็ได้สนุกสนานกันตามถนนสายหลัก อย่างไรก็ขอให้เล่นกันด้วยความระมัดระวังนะครับ

เชียงรายสำคัญ สำหรับประเทศไทย

เชียงรายสำคัญ สำหรับประเทศไทย


ขึ้นต้นด้วยคำว่า เชียงรายสำคัญ สำหรับประเทศไทย ถ้าคนต่างถิ่นมาอ่าน คงรังเกียจอยู่ไม่น้อย แต่ลองอ่านดูก่อน นะมันเป็นความภูมิใจของคนท้องถิ่น ที่ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง จึงทำให้เกิดการเขียนเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมา 

เชียงราย เป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดยอดในสยาม หรือของประเทศไทย (คือที่ อำเภอแม่สาย) ซึ่งเป็นเขตติดกับ ท่าขี้เหล็กของพม่า จึงเป็นอีกจุดหมายหนึ่งของนักท่องเที่ยว ที่ต้องการมาไปพักผ่อนในวันหยุด ไม่ว่าจะไปกับบริษัททัวร์หรือไปเที่ยวกันแบบครอบครับก็ตาม ประวัติศาสตร์ของเมืองเรา เราก็ไม่ได้เขียนเอง จึงทำให้ผู้เขียน หรือ นักประวัติศาสตร์ต่างถิ่น ได้ลดความสำคัญของท้องถิ่นลงไป เหมือนดังจังหวัดเชียงราย ที่มีความสำคัญหลายๆ อย่าง แต่นักประวัติศาสตร์ที่อยู่ต่างถิ่นมักลืมเลือนไปหรือมองข้ามไป

ความสำคัญของจังหวัดเชียงราย มีอะไรบ้าง?

ความสำคัญของจังหวัดเชียงรายมีมากมาย อาจจะแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ คือ

๑ ความสำคัญต่อชาติ    


๑.๑ เป็นจุดกำเนิดอาณาจักร์แห่งแรก ของคนไทยในประเทศไทย 

ประวัติศาสตร์ของชาติไทยจะลืมไม่ได้เลยว่า อาณาจักรแรกของเราเริ่มขึ้นที่นี่ "นครเชียงแสนโยนกนาคพันธุ์" หรือปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอเชียงแสน (คนทั่วไปก็จะรู้่จักสามเหลี่ยมทองคำไปด้วย)

๑.๒ เป็นจุดกำเนิดอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และน่าภาคภูมิใจ

ภายหลังจากคนไทย ซึ่งตามตำนานกล่าวไว้ว่า ได้ถอยร่นลงมาจากบริเวณเขตที่อยู่ภายใต้การปกครองของประเทศจีนในปัจจุบัน แล้วจึงเริ่มสร้างบ้านแปงเมืองให้ยิ่งใหญ่ได้ ซึ่งต่อมาก็ได้ขยายเมือง ย้ายเมือง รวมเมือง แยกการปกครอง กล่าวคือ จากเชียงแสน - เชียงราย - ไชยปราการ (เชียงใหม่) - เวียงกุมกาม (เชียงใหม่) - นพบุรีศรีนครพิงค์ (เชียงใหม่) ตามลำดับจนได้รวบรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วเป็น "อาณาจักรล้านนา"

โดยสรุปจึงกล่าวได้ว่า ถ้าไม่มีเชียงแสนก็ไม่มีเชียงราย ถ้าไม่มีเชียงรายก็ไม่มีเชียงใหม่และล้านนา

๒ ความสำคัญของกษัตริย์    

๒.๑ มีกษัตริย์ผู้ทรงสร้างเมืองสร้างอาณาจักร ผู้เก่งกล้าสามารถ กษัตริย์ที่เป็นพุทธมามกะ และมีมหาราชถึงสองพระองค์

ผู้สร้างเมืองคือมีกษัตริย์หลายพระองค์ที่ทรางสร้างเมืองหลายแห่ง จนกระทั่งถึงยุคสมัยของพญามังราย หรือ พ่อขุนเม็งรายมหาราช ผู้สร้างรวมเมืองน้อยใหญ่ทั้งหลายกลายเป็น อาณาจักรที่แข็งแกร่ง

ผู้เก่งกล้าสามารถ ในหลายรัชสมัยของกษัตริย์เชียงรายสามารถเข้าไปยึดครองต่างบ้านต่างเมือง ดังที่ครั้งหนึ่ง ได้มีดินแดนกินไปไกลถึงเมืองแกว (เวียตนาม) เลยทีเดียว

ผู้เป็นพุทธมามกะ กษัตริย์หลายๆ พระองค์ทรงตั้งมั่นในพระพุทธศาสนา ดังได้มีวัด เจดีย์ สำนักทางการปฏิบัติ เก่าๆ อยู่หลายแห่ง แม้ว่าสภาพปัจจุบันจะเป็นเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็สามารถศึกษาจนได้รับรู้รับทราบถึงอดีตได้

เชียงรายเอง มีกษัตริย์ที่ได้รับสมญานามว่าเป็น "มหาราช" ถึง 2 พระองค์ นั่นคือ "พ่อขุนเม็งรายมหาราช" และ "พระเจ้าพรหมมหาราช

ทั้งหมดนี้ย่อมแสดงถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวด ในด้านกษัตริย์ของเมืองนี้

๓ จุดกำเนิดวัฒนธรรมอันดีงาม

๓.๑ เป็นจุดกำเนิดของตุง    

การกำเนิดของตุง ก็คือที่มาของ "ดอยตุง" นั่นแหละ เพราะเริ่มต้น ก็เนื่องมาจากพระเจ้าอชุตตราช ได้มีการอธิษฐานในการสร้างพระธาตุ ณ ตรงนั้น จึงได้ทำตุง ขึ้น โดยการปักเสาตุงลงที่บนดอยนั้นเป็นที่แรกเพื่อเป็นจุดเริ่มต้น

คำว่า "ตุง" ก็คือ "ธง" ในภาษาไทยภาคกลางนั่นเอง ซึ่ง ตุงนั้น เป็นที่แสดงถึง "เครื่องหมายแห่งชัยชนะ" ด้วย

๓.๒ มีปฐมเจดีย์ของล้านนา    

สิ่งที่ต่อเนื่องมาจาก การเกิดขึ้นของตุง(ธง) ทำให้ต่อมาก็มีการสร้างเจดีย์ขึ้นที่นั้น ซึ่งเป็นเจดีย์องค์แรกในดินแดนล้านนา จินตนาการดูว่า การสร้างเจดีย์บนดอย(ภูเขา) สูงขนาดนั้น ย่อมเกิดขึ้นจากศรัทธาอันแรงกล้าของผู้นับถือ จึงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

๓.๓ เป็นศูนย์รวมของชนเผ่าหรือชาติพันธุ์ที่หลากหลาย

เชียงรายมีชนเผ่าที่หลากหลายมาก ทั้งที่มีคนรู้และไม่รู้ จะขอนำบางส่วนมาแสดง คือ เย้า ปากะญอ (ยาง) ลีซู (ลีซอ) ม้ง (แม้ว-ปัจจุบันไม่ใช้เพราะถือว่าไม่สุภาพ) ลาหู่ (มูเซอ) ขมุ ลั๊วะ ลื้อ ยอง คนเมือง และในปัจจุบัน มีคนต่างถิ่นจากหลายจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคมาตั้งถิ่นฐานอยู่ ซึ่งตรงนี้เอง เชียงรายจึงเป็นศูนย์รวมทางด้านวัฒนธรรมที่หลากหลายด้วยเช่นกัน

หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การค้นคว้าเพิ่มเติม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการตรวจสองความถูกต้องและความเป็นไปได้ของบทความนี้

เป็นที่น่าเสียใจ ที่ประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งเขียนโดยคนภาคกลางมักจะเขียนออกมา ในลักษณะแบ่งแยกว่า ประวัติศาสตร์ของชนชาติไทยเริ่มต้นจาก "กรุงสุโขทัย และ กรุงศรีอยุธยา" นั่นเป็นเสมือนแบ่งให้อาณาจักรล้านนา ซึ่งอยู่ทางเหนือของประเทศ รวมถึงการเริ่มต้นของอาณาจักร์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคใต้ เป็นกลุ่มที่อยู่นอกเผ่าพันธ์ที่ถูกนำมารวมกับทั้งสองอาณาจักรนั้น แล้ว ไม่ใช่ไทยหรือ? ไม่ใช่จุดกำเนิดของอาณาจักรไทยหรือ?

ข้อนี้ นักประวัติศาสตร์ที่จะเขียนประวัติศาสตร์น่าจะนำไปคิดเพื่อนำมาซึ่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแน่นแฟ้นต่อไป

นี่คือที่มาของบทความที่ว่า เชียงรายสำคัญ สำหรับประเทศไทย ส่วนท่านที่เป็นคนแห่งอื่น จะเห็นเป็นเช่นไรนั้น ก็ขึ้นกับท่าน อย่างไรเสีย ชาวเชียงราย ก็เป็นฟันเฟืองหนึ่งของประเทศ ที่จะช่วยกันขับเคลื่อนต่อไป

พระราชประวัติพ่อขุนเม็งราย (พญามังราย) 1

พ่อขุนเม็งราย (พญามังราย) ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 25 แห่งราชวงศ์ลาว (ลัวะ) หรือ ลาวจังกราช ผู้ครองเมืองหิรัญนครเงินยางเชียงแสน (บริเวณเมืองเชียงแสนในปัจจุบัน) และทรงเป็นปฐมวงศ์กษัตริย์ราชวงศ์มังราย เป็นราชโอรสของพระเจ้าลาวเม็ง กับพระนางอั้วมิ่งจอมเมือง หรือพระนางเทพคำข่าย แรกจะตั้งพระครรภ์นั้น พระนางทรงสุบินนิมิตฝันว่าได้เห็นดาวประกายหยาดแต่ท้องฟ้านภากาศลงมาทางทักษิณทิศ (ทิศใต้) พระนางได้รับดวงดาวนั้นไว้ รุ่งขึ้นจึงให้โหรทำนาย ได้ความว่า “จะได้ราชโอรสทรงศักดานุภาพปราบประเทศทักษิณทิศ จนตราบเท่าถึงแดนสมุทร” พอครบกำหนด ก็ทรงประสูติราชบุตรเมื่อยามใกล้รุ่งวันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือนอ้าย ปีกุน เอกสกจุลสักราช 601 พุทธศักราช 1782 ( บางตำนานว่าปีจอ พ.ศ. 1781 ) ที่เมืองเชียงลาวซึ่งห่างจากเมืองเงินยางไปไม่มากนัก พระเจ้าลาวเมืองผู้เป็นปู่และท้าวรุ่งแก่นชายผู้เป็นตา ก็ประชุมพระญาติวงศาทั้งสองฝ่าย กระทำพิธีเฉลิมขวัญขนานนามราชกุมารว่า “เจ้าเม็งราย” โดยนำชื่อของบิดา ตา และมารดา คือลูกท้าวเม็งหลานท้าวรุ่งเกิดแต่นางเทพคำข่าย

ประวัติความเป็นมาของอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 1

ประวัติอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 






วันนี้ขอนำเอา ประวัติอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย มากล่าวถึงกันบ้าน โดยอาศัย คลิปวีดีโอ จากนักเรียนที่ได้ทำไว้ให้เราชม ซึ่งก็น่าติดตามอยู่เหมือนกัน เป็นการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่ไม่ทำให้เบื่ออีกต่อไป

เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วเรามักจะมองหรือกล่าวถึงสถานที่หรือความเป็นมาเฉพาะตัวจังหวัด หรือเขตสำคัญทางเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด มักจะละเลย เขตอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจมากนัก อำเภอเวียงป่าเป้า ก็เช่นกัน แต่ก่อนนั้นเป็นเพียงเมืองผ่านของผู้ที่เดินทางไกล จึงหาแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นมา หรือ ประวัติ ของอำเภอนี้จากทางอินเทอร์เนตได้น้อยมาก ด้วยเห็นความสำคัญของเรื่องประวัติศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย จึงขอนำเอาเรื่องของประวัติความเป็นมา ของอำเภอเวียงป่าเป้า มาลงไว้ ทั้งนี้รวมถึง เวียงกาหลง ซึ่งอดีตก็เป็นเมืองสำคัญไม่น้อยเช่นกัน เพื่อเป็นอีกแหล่งหนึ่งในการศึกษาและอ้างอิงต่อไป

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย เป็นวัดที่มีความสำคัญหลายด้าน ทั้งด้านการศึกษา  ศิลปะ การปกครอง และเป็นสถานที่ค้นพบพระแก้วมรกต เป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นวัดที่น่าสนใจมาก อีกทั้งทางวัดมีกิจกรรม ให้ได้ติดตามและปฏิบัติธรรมตลอดปี

สถานภาพและที่ตั้งของวัด


วัดพระแก้ว  เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ มีเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวา  ตั้งอยู่ที่ถนนไตรรัตน์  ตำบลเวียง  อำเภอเมืองเชียงราย  จังหวัดเชียงราย  ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะจากวัดราษฎร์  เป็นพระอารามหลวง  เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2521

ก่อนที่จะมีชื่อว่าวัดพระแก้ว


เดิมเป็นวัดเก่าแก่  สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐาน  บริเวณนี้มีไม้ไผ่ชนิดหนึ่งคล้ายไผ่สีสุก  แต่ไม่มีหนาม  ชาวบ้านนิยมนำไปทำคันธนูและหน้าไม้  คงจะมีมากในบริเวณนี้  ชาวเชียงรายจึงเรียกว่า "วัดป่าเยียะ หรือวัดป่าญะ"  ต่อมาในปี พ.ศ.1977  ฟ้าผ่าเจดีย์วัดนี้  จึงได้พบพระพุทธรูปองค์หนึ่งเป็นปูนปั้น แล้วนำไปประดิษฐานไว้ในอุโบสถ ต่อมาปูนบริเวณพระนาสิก(จมูก) กะเทาะออก เผยให้เป็นลักษณะเป็นแก้วสีเขียว จึงได้แกะปูนที่พอกออกจากองค์พระทั้งหมด จึงปรากฎให้เห็นเป็น พระแก้วมรกต  ชาวบ้านจึงเรียกชื่อเสียใหม่ว่า "วัดพระแก้ว"

วัดนี้จึงเป็นสถานที่ค้นพบพระแก้วมรกต หรือที่เรียกเป็นทางการว่า "พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร" หรือ พระแก้วมรกต อันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (หรือ วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานครนั่นเอง

ปี๋ใหม่เมือง:สงกรานต์อันตราย


ในช่วงวันสงกรานต์หรือป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองนี้ อยากกล่าวถึงผู้ที่ตั้งใจจะมาเที่ยวสงกรานต์ที่เชียงรายนะครับ ตามที่เราได้รับรู้กันแล้วว่า ในช่วงฤดูท่องเที่ยวสาดน้ำกันนี้ที่เชียงราย เป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีผู้คนจากหลาย ๆ จังหวัดเดินทางมา ไม่ว่าจะตั้งใจมาเที่ยวที่วัดร่องขุ่น ชายแดนอำเภอแม่สาย สามเหลี่ยมทองคำอำเภอเชียงแสน หรือที่อื่นใดก็ตาม นั่นเป็นการบอกให้รู้ว่า จะมีรถคับคั่งมากที่เชียงราย ฉะนั้น ย่อมเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น

จากสถิติที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ ซึ่งทางการได้มีมาตรการในการป้องกันโดยใช้ชื่อว่า “7 วันอันตราย” นั้น จะมีชื่อของจังหวัดเชียงรายติดอันดับต้นๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ ยอดคนเจ็บ ยอดคนตาย หรือยอดอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง จึงอยากจะเขียนไว้เป็นเครื่องเตือนสติหน่อยครับ

เทศกาลวันปี๋ใหม่เมือง สงกรานต์เมืองล้านนา


เทศกาลวันปี๋ใหม่เมือง สงกรานต์เมืองล้านนา ภาษาไทยภาคกลาง ซึ่งเห็นว่าน่าจะทำให้เข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
 

หนังสือปีใหม่เมืองล้านนา จุลสกราช 1374 ตัว ปีเต่าสี (ปีมะโรงจัตวาศก)

 

 

ประกาศวันสงกรานต์

หรคุณวันสังกรานต์ล่อง 501864
หรคุณวันเน่า              501865
หรคุณวันพระญาวัน      501866

มาสเกณฑ์ 16994 อวมาน 400
กัมมัชพล 9 อุจจพล 285
ดิถี 24 วาร           1

อธิมาส ปกติวาร อธิกสุรทิน (พ.ศ.2555)
มังคลวุฒิกาลานุกาล สังกรมสวัสดิศิริสุภมัสตุ จุลสกราชได้ 1373 ตัว เถาะฉนำกัมโพชพิสัยในคิมหันตอุตุ จิตตมาส กาฬปักษ์ สัตตมี ศุกรวารโถง ไทภาษาว่า ปีร้วงเหม้า เดือน 7 ลง 7 ค่ำ พร่ำว่าได้วันสุกร์ที่ 13 เมษายน วันไทยกาบสีติถี 7 นาทีติถี 38 ตัว พระจันทจรณยุตติโยตโสดเสด็จเข้าเที่ยวเทียมนักขัตตฤกษ์ตัวถ้วย 20 ชื่อปุพพาษาฒะ คือว่าดาวปลายงาช้าง เทวตาปรากฏนะนุเตโชราศี นาทีฤกษ์ 23 ตัว เสี้ยงยามกลางเดิก็ ปลาย 2 บาทน้ำ ปลาย 10 พิชชาปลาย 2 ปราณ ปลาย 10 อักขระ คือว่าได้ 19 นาฬิกา 46 นาที 12 วินาที อันนี้ตามกัมพีร์สุริยาราแล